A comprehensive listing of building and house construction companies in Thailand.

NEWS

    

10 นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง – จุดเปลี่ยนอนาคต

Thailandbuilders

What are the latest modern construction materials?

ไม่แปลกหากจะบอกว่า นี่คือการปฏิวัติที่ทุกคนรอคอยและต่างก็พากันคาดการณ์ไว้มากมาย แน่นอนว่าในโลกของการก่อสร้างก็ถูกแรงกระเพื่อมนี้สั่นคลอนวงการ ด้วยนวัตกรรมด้านวัสดุที่พัฒนาไปอย่างน่าตื่นตะลึง แน่นอนว่า เวลานี้เรามีทั้งโดรน, VR, AR, BIM, project management และอื่นๆ อีกมากมาย แต่มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้! นักวิจัยและสถาบันต่าง ๆ กำลังนำพาเทคโนโลยีไปสู่อีกระดับ กล่าวได้ว่าพัฒนาการของคอนกรีตและวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ กำลังเป็นไปอย่าง… ผ่าน 3 คำที่นึกออกคือเข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ไปจนถึงเกรี้ยวกราด แต่ทั้งหมดทั้งมวลน่าชื่นชมตรงที่ทุกสิ่งแฝงไว้ด้วยเจตนาดีต่อโลก สภาวะแวดล้อม เจตนามุ่งลดขยะและมลพิษ หากมันแผ่ขยายการใช้งานออกไปในวงกว้างทุกระดับชั้นเชื่อว่า โลกคงน่าอยู่ขึ้นอีกมากมาย

ต้องขอบคุณอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่ทำให้เราได้รับคำตอบอันน่าเชื่อถือต่อคำถามสุดฮอทที่ว่าวัสดุก่อสร้างที่ทันสมัยน่าจะมีหน้าตาอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้

มาดูกันว่า 10 วัสดุก่อสร้างที่เป็นนวัตกรรมสามารถปฏิวัติภาคการก่อสร้างได้มีอะไรบ้าง :

1. ไม้โปร่งแสง (Translucent Wood)

ตอนนี้เรามีไม้โปร่งแสงที่สามารถใช้ในการพัฒนารูปแบบของหน้าต่างและแผงโซลาร์เซลล์ ไม้ชนิดนี้ทำมาจากเยื่อบุในแผ่นไม้อัดไม้จากนั้นเมื่อผ่านกระบวนการในระดับนาโน (nanoscale tailoring) ผลก็คือไม้โปร่งแสงที่สามารถใช้งานได้หลากหลายในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ในฐานะที่เป็นทรัพยากรราคาถูกมากจึงเป็นประโยชน์กับโครงการต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดต้นทุนทรัพยากร

นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นที่ KTH Royal Institute of Technology โดยศาสตราจารย์ Lars Berglund บอกว่าไม้โปร่งใสเป็นทรัพยากรที่มีต้นทุนต่ำพร้อมใช้งานและทดแทนได้ สามารถผลิตได้จำนวนมากและใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ การศึกษานี้ถูกเผยแพร่โดย Biomacromolecules

2. อิฐเย็น (Cooling System in Bricks)

นักศึกษาจาก Institute of Advanced Architecture of Catalonia เป็นผู้คิดค้นและสร้างวัสดุใหม่ชนิดนี้ขึ้นจากการผสมผสานดินเหนียวและไฮโดรเจล ซึ่งส่งผลต่อการให้ความเย็นสำหรับการตกแต่งภายในอาคาร
สิ่งที่เรียกว่า Hydroceramics – ไฮโดรเซรามิกส์มีความสามารถในการลดอุณหภูมิในร่มได้ถึง 6 องศาเซลเซียส
ความเย็นที่ว่านี้มาจากการมีไฮโดรเจลอยู่ในโครงสร้างของอิฐซึ่งดูดซับน้ำได้ถึง 500 เท่าของน้ำหนัก น้ำที่ถูกดูดซับไว้จะถูกปล่อยออกมาเพื่อลดอุณหภูมิในช่วงวันที่อากาศร้อนจัด
การผสมผสานระบบทำความเย็นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในโครงสร้างอาคารปัจจุบันทำให้ Hydroceramics เป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการปฏิวัติวงการก่อสร้างอย่างไม่ต้องสงสัย ในอนาคตอันใกล้หากนวัตกรรมนี้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เป็นไปได้ว่าอาจทำให้เครื่องปรับอากาศในบ้านล้าสมัยไปเลย และอิฐเย็นก็จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกหนึ่งสิ่งในรายการวัสดุที่จำเป็นสำหรับการสร้างบ้าน

3. อิฐจากก้นบุหรี่ (Cigarette Butts to Make Bricks)

มีวัสดุหลากหลายมากมายที่จำเป็นสำหรับการสร้างบ้าน แต่ใครจะคาดคิดว่าก้นบุหรี่จะเป็นหนึ่งในจำนวนวัสดุเหล่านั้น! ในแต่ละปีมีการผลิตบุหรี่ 6 ล้านมวน แต่มีก้นบุหรี่เกิดขึ้น 1.2 ล้านตัน ไม่ต้องพูดถึงว่ามันส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ทั้งจากสารประกอบเป็นพิษต่างๆ เช่น สารหนู แคดเมียม นิกเกิลและแคดเมียมที่จะซึมซาบลงสู่ดินและเป็นอันตรายต่อธรรมชาติ
เพื่อลดผลกระทบของก้นบุหรี่ต่อสิ่งแวดล้อมนักวิจัยของ RMIT ได้พัฒนาอิฐที่มีน้ำหนักเบาและประหยัดพลังงานมากขึ้นเพราะทำมาจากก้นบุหรี่ กล่าวโดยสรุปก็คือการใช้ประโยชน์จากขยะในลักษณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ดร. Abbas Mohajerani นักวิจัยชั้นนำของโครงการพร้อมกับทีมของเขาค้นพบว่า การเติมก้นบุหรี่ลงไปในการผสมอิฐดินเผาแม้เพียงแค่ 1% ก็ทำให้พวกเขาได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในการช่วยกำจัดมลพิษจากสิ่งแวดล้อม
งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยลดของเสีย แต่อิฐที่เกิดขึ้นยังเบากว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าในการผลิต
งานนี้สอนว่าอย่าประมาทขยะชิ้นเล็กๆ อย่างก้นบุหรี่

4. คอนกรีตดาวอังคาร (Martian Concrete)

ในที่สุดก็สำเร็จ! ตอนนี้เรามีคอนกรีตที่สามารถใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างในดาวอังคารได้แล้ว เพราะทีมวิจัยที่ Northwestern University ได้สร้างคอนกรีตที่ทำด้วยวัสดุที่มีอยู่บนดาวอังคาร!
คอนกรีตชนิดใหม่นี้ไม่ต้องการน้ำเป็นส่วนประกอบในการขึ้นรูป เพราะไม่มีน้ำบนดาวอังคาร ประโยชน์ของมันในข้อนี้นับว่าสำคัญยิ่งเพราะทำให้นวัตกรรมนี้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงสำหรับการพัฒนาโครงสร้างบนดาวอังคาร

ในการทำคอนกรีตบนดาวอังคารนั้น กำมะถันจะถูกทำให้ร้อนที่ระดับ 240 องศาเซลเซียสซึ่งมันก็จะหลอมละลายเป็นของเหลว ดินบนดาวอังคารนั้นทำหน้าที่เป็นส่วนผสมหลัก และเมื่อมันเย็นตัวลงเราก็จะได้คอนกรีตของดาวอังคาร! ตามที่ทีมวิจัยระบุว่าอัตราส่วนของดินบนดาวอังคารและกำมะถันจะต้องอยู่ที่ 1: 1 เท่านั้นนะคะ

5. ซีเมนต์แสง (Light Generating Cement)

ดร. José Carlos Rubio Ávalos จาก UMSNH แห่ง Morelia ได้สร้างซีเมนต์ที่มีความสามารถในการดูดซับและฉายแสง ด้วยซีเมนต์ที่สามารถสร้างแสงในตัวเองชนิดใหม่นี้จะช่วยให้เกิดศักยภาพในการใช้งานและแอพพลิเคชันของมันในระดับยิ่งใหญ่
อุตสาหกรรมการก่อสร้างกำลังพัฒนาและหนึ่งในแนวโน้มหลักก็คือการก้าวไปสู่การสร้างโครงสร้างที่ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นความหมายของซีเมนต์ที่ทำหน้าที่เป็น ‘หลอดไฟ’ จึงกว้างมาก เราสามารถใช้มันในสระว่ายน้ำ ที่จอดรถ สัญญาณด้านความปลอดภัยทางถนนและอื่นๆ อีกมากมาย
วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลัง: ทำงานผ่านกระบวนการควบแน่นที่เรียกว่า polycondensation ของวัตถุดิบเช่น ทรายแม่น้ำ, ขยะอุตสาหกรรม, ซิลิกา, น้ำและด่าง (alkali) กระบวนการนี้ทำที่อุณหภูมิห้องซึ่งทำให้มีการใช้พลังงานต่ำ
กล่าวได้ว่า ในระยะสั้นๆ ตอนนี้เรามีซีเมนต์อัจฉริยะ!

Thailandbuilders

6. เส้นใย CABKOMA (The CABKOMA Strand Rod)

ห้องปฏิบัติการ Komatsu Seiten Fabric Laboratory ตั้งอยู่ในญี่ปุ่นได้สร้างวัสดุใหม่ที่เรียกว่า CABKOMA Strand Rod ทำมาจากวัสดุชื่อยาวเหยียดที่เรียกว่า คอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์เทอร์โมพลาสติก – thermoplastic carbon fiber composite.สาระสำคัญก็คือ มันคือวัสดุ-เส้นใยช่วยในการเสริมโครงสร้างอาคารต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีน้ำหนักเบาที่สุดและกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

เส้นใย CABKOMA Strand Rod หนึ่งเส้นที่มีความยาว 160 เมตรมีน้ำหนักเพียง 12 กก. เบากว่าถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับแท่งโลหะ! ส่วนมูลค่าของวัสดุชนิดนี้สามารถหาดูได้ที่สำนักงานใหญ่ของ Komatsu Seiten ซึ่งมีการใช้ strand ชนิดนี้ในโครงสร้างทั้งหมด

7.เฟอร์นิเจอร์แบบชีวภาพ (Biologically Produced Furniture)

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่งดงามมากในอุตสาหกรรมก่อสร้างก็คือ การคิดค้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากพลาสติกชีวภาพ หรือ Bioplastic นวัตกรรมนี้เกิดจากความพยายามร่วมกันของ Terreform One และ Genspace

จนถึงตอนนี้มีเฟอร์นิเจอร์สองชิ้นที่สร้างขึ้นจากวัสดุชนิดนี้ คือ เก้าอี้ยาวและเก้าอี้ขนาดเล็กสำหรับเด็ก เฟอร์นิเจอร์ทำจากวัสดุที่เรียกว่า Mycoform ซึ่งทำจากการรวบรวมเศษไม้ ยิปซัม รำข้าวโอ๊ตเข้ากับเชื้อราจากเห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เชื้อราชนิดนี้ถูกเพิ่มเข้ามาเนื่องจากมันมีความสามารถในการย่อยสลายของเสียและทำให้วัสดุโครงสร้างแข็งแรง

สุดยอดเอฟเฟกต์ร่วมกันนี้สร้างเฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่ผ่านการเผาไหม้ Terreform One กล่าวว่ากระบวนการนี้ใช้พลังงานต่ำปราศจากมลภาวะและต้องใช้เทคโนโลยีระดับต่ำในการสร้างสรรค์

8. ท่าเรือลอยได้ (Floating Piers)

เหนือผืนน้ำของทะเลสาบ Iseo ในอิตาลีคุณสามารถเห็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง นั่นก็คือท่าเรือลอยน้ำ – Floating piers ผลงานของศิลปิน Christo และ Jean-Claude
ระบบท่าเรือลอยน้ำนี้ประกอบด้วยก้อนโพลีเอทิลีนที่มีความหนาแน่นสูงสุดๆ 220,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นทางเดินยาวสามกิโลเมตรที่มีผ้าสีเหลืองห่อหุ้มอยู่ 100,000 ตารางเมตร ก้อนพลาสติเหล่านี้กระเพื่อมไปตามแรงคลื่นของทะเลสาบ
ผลงานชิ้นเอกที่งดงามนี้ยื่นออกมาจากถนนคนเดินของ Sulzano และเชื่อมต่อกับเกาะ San Paolo และ Monte Isola

9.อิฐดูดซับมลพิษ (Pollution Absorbing Bricks)

ถึงตอนนี้เรามีเครื่องดูดฝุ่นแสนสกปรกอยู่ในอิฐ! พัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ Carmen Trudell ที่ Cal Poly วิทยาลัยแห่งสถาปัตยกรรมและการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม อิฐ หรือในอีกชื่อว่า Breathe Brick นี้สามารถดูดเอาสารที่ก่อมลพิษในอากาศไปและปล่อยออกมาผ่านตัวกรองอากาศ
วัสดุที่เป็นนวัตกรรมชนิดนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบระบายอากาศมาตรฐานของอาคาร มันมีระบบด้านหน้าสองชั้น โดยมี specialist bricks หรืออิฐชนิดพิเศษอยู่ด้านนอกและฉนวนมาตรฐานอยู่ด้านใน
ตรงกลางเป็นระบบการกรองแบบไซโคลนที่แยกอนุภาคอากาศหนักออกจากอากาศปกติและนำไปเก็บไว้ในถังที่ถอดออกได้ กล่าวได้ว่าเป็นการออกแบบที่คล้ายเครื่องดูดฝุ่นมาก การออกแบบของ breathing bricks สามารถกำหนดค่าในผนังที่มีหน้าต่างและระบบระบายความร้อนได้เช่นกัน กล่าวโดยย่อ นี่คือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้กับกระบวนการก่อสร้างในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย

จากการทดสอบอุโมงค์ลมได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ระบบนี้สามารถกรองมลพิษอนุภาคละเอียด 30% และอนุภาคหยาบได้ถึง 100% เช่น ฝุ่น

10. คอนกรีตฉลาด (Self-healing Concrete)

อย่าแปลกใจที่ในอนาคตแม้แต่คอนกรีตก็ยังฉลาดได้! ด้วยคอนกรีตแบบที่เรียกว่า Self-healing concrete จะแปลความหมายกันไปอย่าไงรก็ตามแต่เลยค่ะ เพราะมันยังเป็นนวัตกรรมรายการใหม่ในตระกูลของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นกับมันไม่น้อย!

วิศวกรโยธาชาวดัตช์ ดร. Schlangen แห่ง Delft University เป็นผู้สร้างคอนกรีตที่เรียกว่า a self-healing concrete ขึ้น เขาโชว์ให้เห็นกันจะๆ ด้วยการแบ่งคอนกรีตชนิดนี้เป็นสองชิ้น วางไว้ใกล้กัน จากนั้นก็ทำให้มันร้อนขึ้นในเตาไมโครเวฟกระทั่งมันละลาย แต่เมื่อวัสดุชนิดนี้เย็นลงแล้วมันก็จะกลับรวมตัวกัน!
แน่นอนด้วยวิธีการนี้คอนกรีตต้องการความร้อน หากวัสดุนี้ถูกนำมาใช้ในการสร้างถนน มันจะถูกทำให้ร้อนขึ้นได้อย่างไร? เพื่อแก้ปัญหานี้ดร. Schlagen และทีมได้สร้างยานพาหนะพิเศษที่วิ่งผ่านขดลวดเหนี่ยวนำไฟฟ้าบนถนนเพื่อให้การนี้สำเร็จ

ดร. Schlagen ประมาณการว่าหากเครื่องจักรชนิดนี้จะถูกใช้งานบนถนนคอนกรีตที่ว่าทุก ๆ สี่ปี เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมนี้จะสามารถช่วยประเทศประหยัดงบได้ถึง 90 ล้านเหรียญต่อปี!

มาติดตามดูกันต่อไป!

What’s next for traditional building materials?

ถึงตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมการก่อสร้างกำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ในแง่ของวัสดุก่อสร้าง แน่นอนว่าสิ่งนี้มีผลโดยตรงต่อวัสดุดั้งเดิมและบทบาทของมันในกระบวนการก่อสร้างในอนาคตอันใกล้
มีสองสถานการณ์ที่แตกต่างกันสำหรับการใช้วัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมในอนาคตอันใกล้นี้ ก็คือพวกเขาอาจจะย่อยยับจาก new revolutionary techniques หรือพวกเขายินยอมเพื่อเป็นทางเลือกที่สร้างกำไรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานอาคารทันสมัย

สิ่งที่น่าสนใจพอกันก็คือ เมื่อเร็วๆ นี้วัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมได้รับความสนใจอย่างมากจากการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ที่ทำให้การก่อสร้างให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น และนี่คือวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่ในหมวดหมู่นี้: - Earth building materials - Wood as a building material - Bricks - Concrete - Cement - Plastic

วัสดุทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นสามารถมีทั้งส่วนร่วมและบทบาทในการเปลี่ยนแปลงวิถีก่อสร้างในภาค หากใช้ในวิถีที่ชาญฉลาดและยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้นวัสดุเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญระดับตัวชี้วัดในการลดต้นทุนของวัสดุในกระบวนการก่อสร้างโดยไม่ลดทอนคุณภาพ

อนาคตดูสดใส!

โดยรวมแล้วเป็นที่ชัดเจนว่ามีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วในภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยศักยภาพของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตมาก และตราบใดที่เราสามารถรวมวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมเข้ากับวิธีการที่ทันสมัยแล้ว กระบวนการสร้างที่ประหยัดต้นทุนและประหยัดพลังงานก็จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

ที่มา : toolmakers.co
https://www.toolmakers.co/นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง