A comprehensive listing of building and house construction companies in Thailand.

NEWS

    

ศูนย์ฯสิริกิติ์โฉมใหม่ ใหญ่เท่า 50 สนามฟุตบอล ก่อสร้างคืบหน้า 60%

“ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์"

“FPT” เผย 5 ไฮไลต์ สร้างความแตกต่างและความเป็นสุดยอดศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย สำหรับโครงการศูนย์ฯสิริกิติ์โฉมใหม่ ซึ่งมีความคืบหน้าแล้วกว่า 60% พร้อมมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามแผน โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการเดือนกันยายน 2565

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 นายวิทวัส คุตตะเทพ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) กล่าวว่า FPT ได้รับความไว้วางใจจาก NCC ให้ร่วมพัฒนาคอนเซ็ปต์และบริหารงานก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ ที่มีความทันสมัยและปลอดภัยสูง รองรับการจัดอีเวนต์ทุกรูปแบบ ตลอดจนงานประชุมสำคัญระดับโลก ด้วยเป้าหมายหมายการเป็นโครงการศูนย์ประชุมระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ของเอเชีย

“นายวิทวัส

โดยใช้คอนเซ็ปต์ สืบสาน รักษา ต่อยอด ในการออกแบบศูนย์ฯสิริกิติ์ให้มีความร่วมสมัย เพิ่มขนาดพื้นที่รวม 300,000 ตรม. ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า หรือ เทียบเท่ากับสนามฟุตบอลกว่า 50 สนาม

บริษัทฯ นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและองค์ความรู้ระดับนานาชาติของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มาใช้พัฒนาโครงการ และทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานมืออาชีพหลากหลายแขนงเพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่นี้ จะมีคุณภาพและตามมาตรฐานเทียบเท่าระดับนานาชาติ

“แม้ว่าจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่มีรายละเอียดมาก และมีความท้าทายในการเสริมศักยภาพโครงการด้วยการเพิ่มชั้นใต้ดินกว่า 45% ของพื้นที่โครงการทั้งหมด สำหรับเป็นพื้นที่รีเทลและอาคารจอดรถ 3,000 คัน รวมทั้งมีอุปสรรคจากการล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้างในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2564 ร่วม 60 วัน แต่บริษัทยังคงสามารถรักษาไทม์ไลน์การก่อสร้างได้ตามแผน”

ปัจจุบันมีความคืบหน้ามากกว่า 60% มีกำหนดการเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2565 โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบช่วงเดือนมีนาคม จากนั้นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะเริ่มทดสอบพื้นที่

“ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์"

นายวิทวัส กล่าวว่า เพื่อยกระดับศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่ให้เป็น The Ultimate Inspiring World Class Event Platform for All บริษัทฯ ได้เพิ่มไฮไลต์เด่น 5 ข้อ เพื่อสร้างความแตกต่างและความเป็นสุดยอดศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ดังนี้

1.Accessibility การตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองบนถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อแยกพระราม 4-รัชดา สามารถเข้าออกได้จาก 4 ถนนสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ ถ.พระราม 4 ถ.สุขุมวิท ถ.รัชดาภิเษก และ ถ.ดวงพิทักษ์ นอกจากนี้ยังเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตรงถึงภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์

2.Safety มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยด้าน Life Safety เพื่อรองรับการจัดงานระดับโลกทุกรูปแบบ

3.Technology มีระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่สุดในประเทศไทยรองรับได้ถึงอนาคต (6G) มั่นใจว่าจะสามารถสนับสนุนการจัดอีเวนต์รูปแบบออนไลน์และไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถอำนวยความสะดวกการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้จัดงานและผู้เข้าชมได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากนี้ ศูนย์ฯสิริกิติ์ได้ติดตั้งระบบเข้าใช้งานพื้นที่แบบไร้สัมผัส (Touchless Access) และใช้ระบบบริหารอาคารอัจฉริยะ (Intelligence Event Platform Management System) ในการควบคุมการให้บริการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด

“ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์"

4.Flexibility พื้นที่โครงการ 300,000 ตร.ม. ประกอบด้วย ฮอลล์ขนาดใหญ่ 2 ฮอลล์ ห้องสำหรับจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ 2 ห้อง และ ห้องประชุมกว่า 50 ห้อง จึงมีความยืดหยุ่นในการรองรับความต้องการด้านอีเวนต์และงานประชุมทุกรูปแบบ ตอบโจทย์การเป็น Event Platform for All ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในโครงการด้วยพื้นที่รีเทลที่เป็นแหล่งรวม Active Lifestyle ใหม่ของกรุงเทพฯ

และ 5.Sustainability ศูนย์ประชุมแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ผ่านมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Silver ที่มีการวางแผนการพัฒนาตั้งแต่ต้นจนแล้วเสร็จ เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 25% และวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้มากกว่า 75% การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยรอบโครงการ และใช้อุปกรณ์อัตโนมัติเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ประชุมแห่งเดียวที่ห้อมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวผืนใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ “สวนป่าเบญจกิติ”

สำหรับความเสี่ยงในปัจจุบันคือเรื่องของสถานการณ์โควิด ซึ่งบริษัทได้วางแผนเชิงรุก โดยฉีดวัคซีนให้กับทีมงานต่าง ๆ 100% มีการตรวจ ATK อย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ 7-14 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในโครงการ พร้อมกับการทำ bubble and seal ในส่วนของการประชุมเอเปค ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ศูนย์ฯสิริกิติ์ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก และเรามีความพร้อมที่จะรองรับการจัดประชุมเอเปคในปี 2565

ทั้งนี้ รายได้จากการบริหารโครงการดังกล่าว คิดเป็น 5% ของสัดส่วนรายได้หลักของ FPT กลุ่มธุรกิจเพื่อพาณิชยกรรม

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/property/news-803784